แชร์

จดงานอย่างไรให้จำได้ดีขึ้น? 7 เทคนิคการจดสำหรับคนทำงาน

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
25 ผู้เข้าชม

จดงานอย่างไรให้จำได้ดีขึ้น? 7 เทคนิคการจดสำหรับคนทำงาน
ในแต่ละวัน คนทำงานต้องรับข้อมูลจำนวนมาก ทั้งงานที่ได้รับมอบหมาย รายละเอียดจากการประชุม ไอเดียจากหัวหน้า รวมถึงสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันนั้น หลายครั้งเราคิดว่า “เดี๋ยวจำได้” แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับจำรายละเอียดไม่ได้ หรือจำได้ไม่ครบ



การ จดงาน จึงไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยเก็บข้อมูล แต่ยังช่วยจัดระเบียบความคิดและทำให้เรากลับมาทบทวนงานได้ง่ายขึ้น

บทความนี้จาก Litzee Shop จะพาไปรู้จัก 7 เทคนิคการจดงานที่คนทำงานสามารถนำไปใช้ได้ทันที พร้อมแนะนำวิธีเลือกสมุด ปากกา และปากกาเน้นข้อความให้เหมาะกับการจดงานในแต่ละวัน

ทำไมการจดงานจึงสำคัญสำหรับคนทำงาน?
การจดงานช่วยลดการพึ่งพาความจำเพียงอย่างเดียว เพราะในหนึ่งวันเราต้องจัดการข้อมูลหลายเรื่องพร้อมกัน การมีบันทึกที่เป็นระบบช่วยให้สามารถกลับมาเช็กข้อมูลได้เมื่อต้องการ

โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น

งานที่ได้รับมอบหมาย
Deadline หรือกำหนดส่งงาน
รายละเอียดจากการประชุม
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
ไอเดียหรือความคิดเห็นที่เกิดขึ้นระหว่างวัน
การจดที่ดีไม่จำเป็นต้องจดทุกคำ แต่ควร จับประเด็นสำคัญและทำให้ตัวเราเองกลับมาอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที


7 เทคนิคจดงานให้จำได้ดีขึ้น
1. จดด้วยคำสำคัญแทนการเขียนทุกคำ
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือพยายามจดทุกอย่างที่ได้ยินหรืออ่าน ซึ่งอาจทำให้จดไม่ทันและไม่ได้คิดวิเคราะห์ข้อมูลไปพร้อมกัน

ลองเปลี่ยนจากการเขียนเป็นประโยคยาว ๆ มาใช้ Keyword หรือคำสำคัญแทน

ตัวอย่าง

❌ “หัวหน้าต้องการให้เราปรับแก้เอกสารและส่งกลับภายในวันศุกร์ก่อนเวลา 16.00 น.”

อาจจดเป็น

แก้เอกสาร → ส่งศุกร์ → 16.00 น.

เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังเข้าใจว่าต้องทำอะไรและส่งเมื่อไหร่


2. แยก “งานที่ต้องทำ” ออกจาก “ข้อมูลทั่วไป”
ข้อมูลจากการประชุมหรือการคุยงานไม่ได้มีความสำคัญเท่ากันทั้งหมด

ลองแบ่งการจดออกเป็น 2 ส่วน

ข้อมูล: สิ่งที่ควรรู้หรือรายละเอียดของงาน

Action: สิ่งที่เราต้องลงมือทำ

เช่น

โปรเจกต์ใหม่เริ่มเดือนตุลาคม
ลูกค้าต้องการแก้แบบ 2 จุด
Action: ส่งแบบแก้ไขภายในวันพุธ
วิธีนี้ช่วยให้เมื่อเปิดสมุดกลับมา จะมองเห็นทันทีว่า “แล้วเราต้องทำอะไรต่อ?”


3. ใช้สัญลักษณ์ช่วยให้ค้นหาข้อมูลเร็วขึ้น
ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อความทั้งหมดในการจัดระเบียบโน้ต สามารถใช้สัญลักษณ์ง่าย ๆ เพื่อแบ่งประเภทข้อมูลได้ เช่น

□ งานที่ต้องทำ
★ งานสำคัญ
! เรื่องเร่งด่วน
→ งานที่ต้องติดตาม
✓ งานที่ทำเสร็จแล้ว

ตัวอย่าง

□ ส่งใบเสนอราคา
★ ประชุมลูกค้า 14.00 น.
→ ติดตามเอกสารฝ่ายบัญชี
✓ ส่งรายงานประจำสัปดาห์

เพียงใช้สัญลักษณ์ไม่กี่แบบ สมุดจดงานก็อ่านง่ายขึ้นทันที


4. ใช้ปากกาหลายสีเพื่อแยกข้อมูล
การใช้สีช่วยให้สายตาแยกข้อมูลแต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้หลายสีจนเต็มหน้ากระดาษ

ตัวอย่างการแบ่งสีแบบง่าย ๆ

สีน้ำเงิน: ข้อมูลทั่วไป
สีแดง: งานเร่งด่วนหรือ Deadline
สีเขียว: งานที่เสร็จแล้ว
สีอื่น: ใช้สำหรับเน้นข้อมูลเฉพาะ
หลักสำคัญคือ กำหนดความหมายของแต่ละสีให้ชัดเจนและใช้แบบเดิมอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับคนทำงานที่ต้องจดข้อมูลจำนวนมาก ปากกา 2 สีหรือปากกา 3 สีจึงช่วยลดเวลาที่ต้องหยิบปากกาหลายด้ามได้


5. ใช้ปากกาเน้นข้อความกับ “คำสำคัญ” ไม่ใช่ทั้งประโยค
ปากกาเน้นข้อความมีประโยชน์มากกับการกลับมาทบทวนข้อมูล แต่ถ้าไฮไลต์ทุกบรรทัด สุดท้ายจะไม่มีอะไรโดดเด่น

ลองเลือกเน้นเฉพาะ

วันที่
เวลา
ตัวเลขสำคัญ
ชื่อบุคคล
Deadline
สิ่งที่ต้องทำ
คำศัพท์หรือข้อมูลที่ต้องจำ
เช่น

ส่งเอกสารภายในวันที่ 15 กันยายน เวลา 16.00 น.

แทนที่จะไฮไลต์ทั้งประโยค อาจเน้นเฉพาะ 15 กันยายน / 16.00 น.

เมื่อกลับมาเปิดดูอีกครั้ง จะมองเห็นข้อมูลสำคัญได้ทันที


6. จดลงสมุดให้เป็นหมวดหมู่
ถ้าจดทุกอย่างรวมกันในหน้ากระดาษเดียว เมื่อถึงเวลาต้องค้นข้อมูลอาจต้องใช้เวลานาน

ลองแบ่งพื้นที่ในสมุด เช่น

วันนี้ต้องทำ
รายการงานที่ต้องจัดการในวันนั้น

ประชุม
รายละเอียดและ Action Item จากการประชุม

ไอเดีย
ความคิดหรือสิ่งที่อยากทำในอนาคต

ติดตาม
เรื่องที่ต้องรอคำตอบหรือกลับไปติดตาม

การแบ่งหมวดหมู่ช่วยให้สมุดกลายเป็น “ศูนย์รวมข้อมูลส่วนตัว” ที่ค้นหาได้ง่ายขึ้น


7. ทบทวนสิ่งที่จดภายในวันเดียวกัน
เทคนิคสุดท้ายเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม

หลังจากจดงานเสร็จแล้ว ลองใช้เวลาเพียง 5 นาทีช่วงท้ายวัน เปิดสมุดแล้วถามตัวเองว่า

วันนี้มีงานอะไรที่ยังไม่เสร็จ?
มีเรื่องไหนที่ต้องติดตาม?
มี Deadline อะไรที่กำลังจะมาถึง?
พรุ่งนี้ต้องเริ่มทำอะไร?
การทบทวนสั้น ๆ ช่วยให้เราไม่เพียง “จดข้อมูล” แต่ยังนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนงานต่อด้วย


อุปกรณ์ที่ช่วยให้จดงานง่ายขึ้น
เทคนิคการจดที่ดีควรใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่เหมาะกับเรา เพราะอุปกรณ์ที่หยิบใช้สะดวกจะช่วยให้เราจดข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

1. สมุดจดงาน
เลือกสมุดที่มีขนาดเหมาะกับการใช้งาน หากต้องพกไปประชุมบ่อย อาจเลือกขนาดที่ใส่กระเป๋าได้ง่าย แต่ถ้าต้องจดรายละเอียดจำนวนมาก ควรเลือกสมุดที่มีพื้นที่เขียนเพียงพอ

️ 2. ปากกาสำหรับจดงาน
เลือกปากกาที่เขียนลื่น จับถนัดมือ และหมึกแห้งเหมาะกับลักษณะงาน เพราะคนทำงานบางคนต้องจดข้อมูลเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

หากต้องการแยกประเภทข้อมูล การใช้ปากกาหลายสีก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้กลับมาอ่านโน้ตได้ง่ายขึ้น

️ 3. ปากกาเน้นข้อความ
เหมาะสำหรับเน้นข้อมูลสำคัญ เช่น Deadline ตัวเลข วันที่ หรือ Action Item โดยควรใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้ข้อมูลสำคัญโดดเด่นจริง ๆ


Litzee Shop ตัวช่วยสำหรับคนชอบจด
สำหรับคนทำงานที่กำลังมองหา สมุด ปากกา ปากกาเน้นข้อความ และเครื่องเขียนสำหรับใช้งานในออฟฟิศ สามารถเลือกดูสินค้าได้ที่ Litzee Shop

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับจดงาน จดประชุม วางแผนงาน หรือจัดระเบียบโต๊ะทำงาน การเลือกเครื่องเขียนที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของตัวเอง สามารถทำให้การจดงานในแต่ละวันสะดวกและเป็นระบบมากขึ้น


สรุป: จดงานให้จำได้ ไม่จำเป็นต้องจดเยอะ
การจดงานที่ดีไม่ใช่การเขียนทุกอย่างลงบนกระดาษ แต่คือการ เลือกข้อมูลสำคัญ จัดหมวดหมู่ และทำให้ตัวเองกลับมาอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย

7 เทคนิคที่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้คือ

จดด้วย Keyword
แยกข้อมูลกับงานที่ต้องทำ
ใช้สัญลักษณ์ช่วยจัดระเบียบ
ใช้ปากกาหลายสีอย่างมีระบบ
เน้นเฉพาะคำสำคัญด้วยปากกาเน้นข้อความ
แบ่งหมวดหมู่ในสมุด
ทบทวนสิ่งที่จดก่อนจบวัน
เริ่มจากสมุด 1 เล่ม ปากกา 1 ด้าม และเวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน ก็สามารถเปลี่ยนการจดงานธรรมดาให้กลายเป็นระบบช่วยจัดการงานของเราได้

เพราะบางครั้ง สิ่งที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่การพยายามจำให้มากขึ้น แต่คือการจดให้เป็นระบบมากขึ้น

เลือกเครื่องเขียนสำหรับการทำงานและการจดบันทึกได้ที่ Litzee Shop


บทความที่เกี่ยวข้อง
การเขียนหนังสือด้วยมือช่วยเพิ่มความจำและสมอง
การเขียนหนังสือด้วยมือเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มความจำได้ดีกว่าการพิมพ์ บทความนี้จะอธิบายถึงประโยชน์และเหตุผลที่ทำให้วิธีนี้เหมาะสำหรับนักเรียนและผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเรียนรู้
ChatGPT_Image_23_มิ_ย_2569_11_57_05.png Litzee Brand
27 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy